อย.ร่วมกับ บก.ปคบ.ทลายโรงงานผลิต ‘ยากันยุงเถื่อน’ และอาหารเสริมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

ผู้ใช้งาน 9 คน


หน้าหลัก > ข่าวทั้งหมด > ข่าวผลการปฏิบัติงาน
Responsive image

รายละเอียด:

วันนี้ (14 มิถุนายน 2562) ณ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ และเภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) นำทีมโดย พลตำรวจตรี ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย พันตำรวจเอก วินัย วงษ์บุบผา รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค พันตำรวจเอก ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และกองบังคับการปราบปราม ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดย
นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการติดตามเฝ้าระวังและตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพมาโดยตลอด และได้รับการแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ปลอดภัยจากต่างประเทศที่ตรวจสอบพบไซบูทรามีน คือ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฉลากระบุ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา บีโคลี่ Becoli อย.74-1-12560-5-0014 ผลิตโดย บริษัท ไนน์คอส กรุ๊ป จำกัด เลขที่ 9/83 หมู่ 5 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตรวจพบยาแผนปัจจุบัน Sibutramine Sennosides และ Bisacodyl ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าข่ายจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จากข้อมูลการอนุญาตสถานที่ผลิตอาหารของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พบว่า บริษัท ไนน์คอส กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 9/83 ม.5 ต.บางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ได้รับใบอนุญาตผลิตอาหาร เลขที่ 74-1-12560 จึงได้สนธิกำลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) นำหมายค้นลงพื้นที่เก็บข้อมูลหลักฐานและสืบสวนในเชิงลึกจนได้ข้อมูลชัดเจน โดยเข้าตรวจสอบสถานที่จำนวน 2 แหล่ง คือ
แหล่งที่ 1 บ้านเลขที่ 9/83 หมู่ 5 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยสถานที่ดังกล่าวแต่เดิมเป็นที่ตั้งของ บริษัท ไนน์คอส จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นสถานที่ผลิตจาก อย. เมื่อวันที่  31 พฤษภาคม 2560 แต่ในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคารเช่าประกอบกิจการโรงงาน โดยผู้ประกอบการปัจจุบันชี้แจงว่าได้เช่าโรงงานดังกล่าวมาตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2561 โดยดำเนินกิจการประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักรโรงงาน ไม่ได้ประกอบกิจการผลิตอาหารแต่อย่างใด
แหล่งที่ 2 บริษัท อุตสาหกรรมครัวไทย จำกัด บ้านเลขที่ 99/24 หมู่ 5 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร จากการตรวจค้นพบว่า บริษัททำธุรกิจจำหน่ายน้ำปลาร้าพาสเจอร์ไรส์ ซึ่งภายในพบถุงกระสอบบรรจุกล่องลูกฟูกที่ภายในบรรจุผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตราโนวี่ NOVY อย.74-1-12560-5-0017 ซึ่งฉลากระบุ ผลิตโดย บริษัท ไนน์คอส จำกัด เลขที่ 9/83 หมู่ 5 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร และตรวจพบเอกสารเกี่ยวกับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตราโนวี่ NOVY และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอื่นๆ รวมทั้งตรวจพบป้ายของบริษัทเก็บไว้อยู่ภายใน ประกอบกับพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีไว้เพื่อจำหน่าย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรากีวีดา Kiwida อย.74-1-12560-5-0015 ซึ่งระบุวันผลิต 17/2/62 อีกทั้งยังพบกล่องบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตราบีโคลี่ Becoli อย.74-1-12560-5-0014 ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 รายการ แสดงข้อความ ผลิตโดย บริษัท ไนน์คอส กรุ๊ป จำกัด  เลขที่ 9/83 หมู่ 5 ตำบลบางน้ำจืด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เบื้องต้นพบว่ามีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารดังกล่าว รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบ ส่งตรวจวิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาการปลอมปนยาแผนปัจจุบัน

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ดังนี้
1. พบการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง เช่น ฉลากไม่แสดงข้อความภาษาไทยกำกับไว้ เป็นต้น มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ประกอบกับกรณีที่ฉลากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระบุชื่อที่ตั้งสถานที่ผลิต บริษัท ไนน์คอส กรุ๊ป จำกัด และระบุรุ่นการผลิต ซึ่งเป็นช่วงเวลาภายหลังจากสถานที่ตั้งดังกล่าวไม่มีสภาพเป็นสถานที่ผลิตอาหารแล้ว ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นอาหารที่มีการแสดงฉลากเพื่อลวง หรือพยายามลวงให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในเรื่องสถานที่ผลิต จัดเป็นอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท
2. กรณีตรวจพบยาแผนปัจจุบัน จัดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพเจือปนอยู่ เข้าข่ายจัดเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษจําคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ทั้งนี้กรณีเป็นผู้จำหน่ายปลีกให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าผู้นั้นกระทำความผิดอีกภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งก่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากตรวจพบไซบูทรามีนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 - 400,000 บาทอีกด้วย
ทางด้าน พลตำรวจตรี ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวเพิ่มเติมว่า บก.ปคบ. ได้มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน และทำการสืบสวนหาแหล่งที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจนสืบทราบว่าเป็นโรงงานที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ผลิตอาหาร ตั้งอยู่ที่ย่านคลองสี่ อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 จึงได้นำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้น พบแคปซูลผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนและแคปซูลอาหารเสริมยังไม่ได้บรรจุแผง จำนวนกว่า 100,000 แคปซูล พร้อมทั้งพบเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต มูลค่าของกลางรวมกว่า 5 ล้านบาท จึงทำการตรวจยึดผลิตภัณฑ์ทั้งหมด ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเป็นความผิดฐาน “ตั้งโรงงานผลิตอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐาน "ผลิต ขาย หรือมีไว้เพื่อขายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1" โดยผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000 - 400,000 บาท

นอกจากนี้ ยังได้บุกทลายโรงงานผลิตยาจุดกันยุงเถื่อนยี่ห้อกวางทอง หรือ goldeer ตั้งอยู่ที่โรงงานเลขที่ 225 หมู่ 3 ตำบลหนองบัวศาลา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ขณะตรวจพบคนงานประมาณ 10 คนกำลังผลิต โดยนำขดยาจุดกันยุงเข้าเครื่องเพื่อพ่นเคลือบน้ำยาส่วนผสมสารกำจัดแมลง ก่อนนำมาแพคบรรจุ ซึ่งของกลางที่พบประกอบด้วยยาจุดกันยุงยี่ห้อกวางทองที่พร้อมจำหน่ายจำนวน 79,200 กล่อง ถังผสมน้ำยา วัตถุดิบสารกำจัดแมลง ตัวทำละลาย น้ำหอม ขดยาจุดกันยุงเปล่าที่ยังไม่ได้เคลือบยา 1,320 ลัง และกล่องยาจุดกันยุงกวางทอง ซึ่งคาดว่าสามารถผลิตยาจุดกันยุงเพื่อจำหน่ายได้เพิ่มอีก 70,000 กล่อง
ทั้งนี้ ยาจุดกันยุงยี่ห้อดังกล่าวยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนและไม่ได้ขออนุญาตกับทาง อย. ซึ่งตัวผู้ผลิตเองก็ไม่ทราบว่ายาจุดกันยุงที่ผลิตใช้สารกำจัดแมลงชนิดใด แต่จากผลการตรวจวิเคราะห์เดิมที่ อย.เคยเก็บ พบสาร meperfluthrin เป็นสารกลุ่ม pyrethriods ซึ่งจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขึ้นทะเบียนและขออนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ สาร meperfluthrin ซึ่งเป็นสารสำคัญในยาจุดกันยุงกวางทอง ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนกับ อย. มาก่อน จึงไม่ได้ผ่านการประเมินความปลอดภัยและประสิทธิภาพ อัตราส่วนผสมที่เหมาะสมในการใช้ จึงก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้ได้
โดยอันตรายจากสารกลุ่ม pyrethriods จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาท และความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณที่ร่างกายรับเข้าไป ซึ่งร่างกายรับสารนี้ได้ทางการกินกับการหายใจ และจะถูกกำจัดออกจากร่างกายใช้เวลา 4-12 วัน หากได้รับในปริมาณมากจะมีอาการมึนงง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก ชัก หมดสติ หรือพบอาการอื่นๆ เช่น การระคายเคืองผิวหนังหรือทางเดินหายใจ
การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ดังนี้
1. ผลิตวัตถุอันตราย โดยไม่ได้ขออนุญาตผลิตวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ผลิตวัตถุอันตรายที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่มิได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ขายวัตถุอันตรายที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องโดยเป็นการกระทำของผู้ผลิต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ปลอมปนสารที่อาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพในเครื่องอุปโภค เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยมูลค่าของกลางทั้งสิ้นจากการเข้าตรวจสอบทั้ง 4 แหล่ง รวมกว่า 10 ล้านบาท
เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอย้ำเตือนไปยังผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างเกินจริงทางสื่อออนไลน์ โดยอ้างว่าสามารถลดน้ำหนัก บำบัด บรรเทา หรือรักษาโรคที่ร้ายแรงได้
ในส่วนของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ขอให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญและตรวจดูเลขทะเบียน และเครื่องหมาย อย. ในผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการตรวจสอบแล้วว่าปลอดภัย ใช้แล้วไม่เกิดอันตราย
โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการเลือกซื้อได้ที่ Application “ตรวจเลข อย.” ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่ช่วยให้เข้าถึงมือผู้บริโภคได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจเบื้องต้นให้กับผู้บริโภค ย้ำอย่าได้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายทางช่องทางใดก็ตามขอให้พิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนซื้อ อย่าหลงเชื่อโฆษณาอวดอ้างว่าสามารถให้ผลในการบำบัด บรรเทา รักษา หรือป้องกัน
ทั้งนี้ อย. มีการตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างใกล้ชิด หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail: [email protected] หรือตู้ ปณ.1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11000 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ LINE @FDAthai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะทำการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดต่อไป


ขอบคุณที่มาhttps://www.sanook.com/news/7803442/

Responsive image




  • ประเภท:

  • ข่าวผลการปฏิบัติงาน

  • ที่มา:

  • บช.ก.

  • โพสต์โดย:

  • ฝอ. 9 บก.อก.บช.ก.

  • วันที่โพสต์:

  • 17 มิถุนายน 2562

  • เวลาที่โพสต์:

  • 14:01:44 น.

  • เปิดอ่าน:

  • 1873 ครั้ง

‘กองปราบ’ รวบตำรวจเก๊อ้างเป็นผู้การ ตะลึง พบคลังอาวุธ เงินสดเกือบสิบล้าน ไอซ์กัญชา ป้ายทะเบียนปลอม


ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์สกัดจับ


อย.ร่วมกับ บก.ปคบ.ทลายโรงงานผลิต ‘ยากันยุงเถื่อน’ และอาหารเสริมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท


กองบังคับการปราบปราม จับกุมและตรวจยึดรถหรูผิดกฎหมาย จำนวน 10 คัน


ตำรวจทางหลวงจับยาบ้า 280,000 เม็ด


ตำรวจรถไฟหัวหินรวบ 2 หนุ่มสาวขนยาบ้า 60,600 เม็ด


กองปราบ…ทลายบ่อนออนไลน์ ฝั่งธนฯ


กองปราบบุกจับร้านจัดฟันเถื่อน…


อย.ร่วม ปคบ. บุกจับ รง.ผลิตอาหารเสริม ลักลอบใส่สารไซบูทรามีน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท



สงวนสิทธิ์ 2016 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

อาคาร 12 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครฯ 10330 โทรศัพท์กลาง : 02-2051781 โทรสาร : 02-2551910