บช.ก. แถลงข่าวการปฏิบัติการ BLACK EAGLE กวาดล้างกลุ่มมิจฉาชีพหลอก Email Scam

ผู้ใช้งาน 3 คน


หน้าหลัก > ข่าวทั้งหมด > ข่าวผลการปฏิบัติงาน
Responsive image

รายละเอียด:

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก., พล.ต.ต.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต. ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ธนังค์ บุรานนท์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ผบก.ปอท. และ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. ได้ร่วมกันแถลงผลกรณีตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการ “Black Eagle” กวาดล้างกลุ่มมิจฉาชีพชาวแอฟริกัน โดยเป็นการร่วมมือกันของ บก.ปอท., บก.ทท. และ บก.ป. เข้าทำการตรวจค้นแหล่งกบดานผู้ต้องหา 7 จุด ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย ได้แก่ 1.นายแดดดู มาซิมังด์ คินซิ (Daddu Masimangd Kinzdnzi)อายุ 36 ปี สัญชาติคองโก ผู้ต้องหาร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ (แฮกเกอร์) ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2.น.ส.กรรัตน์ จันทะนาม อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน 3.นางเพ็ญประภา นิลฉาย อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และ 4.น.ส.ธวัลรัตน์ คำนิล อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ในประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน พร้อมคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ หนังสือเดินทาง 2 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 21 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 30 เล่ม คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 5 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และอื่นๆ อีก 87 รายการ โดยจับกุมได้ที่ซอยประชาชื่น 29 แขวงและเขตจตุจักร, ซอยงามวงศ์วาน 23 อ.เมือง จ.นนทบุรี, ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกระปิ, ซอยลาดพร้าว 85 แขวงวังทองหลาง เขตลาดพร้าว และถนนเพชรเกษม 52 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวว่า พฤติการแห่งคดีนี้ บริษัท โด เอเซีย ประเทศสิงค์โปร์ ผู้เสียหายมาร้องทุกข์ต่อตำรวจว่าได้สั่งซื้อสินค้าจากบริษัท เอ็มที ที่ประเทศเวียดนาม ปรากฏว่าเมื่อเดือน ก.พ. 2559 ได้มีกลุ่มคนร้ายปลอมอีเมลของบริษัทผู้ขายแสดงตัวเป็นบริษัทผู้ขายหลอกลวงให้ผู้เสียหายว่าเปลี่ยนเลขบัญชีรับโอนเงินชำระค่าสินค้า และหลอกให้โอนเงินประมาณ 9 ล้านบาทไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายอันเป็นบัญชีเงินฝากในประเทศไทย จากการสืบสวนปรากฏว่านายแดดดูใช้เอกสารในชื่ออื่นไปเปิดบัญชีเงินฝากดังกล่าว และเป็นผู้เบิกถอนเงินด้วยตนเอง โดยร่วมกับบุคคลอื่นกระทำการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจากการสืบสวนติดตามทราบว่านายแดดดูหลบซ่อนตัวอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ในซอยเพชรเกษม 52 จึงได้ขอหมายค้นต่อศาลและเข้าตรวจค้นจับกุม

พล.ต.ท.ฐิติราชกล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องหาเป็นหญิง 3 ราย ร่วมกับกลุ่มคนร้ายชาวแอฟริกันตะวันตกที่ใช้ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์หลอกลวงหญิงไทย สวมรอยเป็นบุคคลอื่นที่มีบุคลิกและฐานะทางสังคมดี หลอกจะแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับหญิงไทย หรือหลอกว่าส่งสิ่งของมาให้หญิงไทย จากนั้นผู้ร่วมขบวนการจะติดต่อให้หญิงไทยโอนเงินชำระค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียม หรืออื่นๆ รวมทั้งหลอกลวงด้วยวิธีการอื่นๆ ในลักษณะหลอกลวงให้หลงรักทางออนไลน์ (Romance Scam) อยู่เสมอ โดยติดต่อทางเว็บไซต์หาคู่ ส่งอีเมล์หรือข้อความทางเฟซบุ๊กติดต่อขอเป็นเพื่อน เพื่อเป็นช่องทางในการหลอกลวง บางกรณีร่วมกระทำผิดกับชาวไทยบางคน โดยชาวต่างชาติส่วนหนึ่งเดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อยักย้ายเงินที่ได้จากการหลอกลวงออกไป จึงได้สืบสวนพบว่าผู้ต้องหาร่วมกระทำผิดในลักษณะขบวนการ

“จึงได้สั่งการให้ บก.ปอท., บก.ทท., บก.ป.ร่วมกันวิเคราะห์กลุ่มองค์กรคนร้าย และสถิติการก่อเหตุย้อนหลัง 1 ปี พบว่ากลุ่มคนร้ายชาวไนจีเรียดังกล่าวมีการกระทำผิดเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ โดยการใช้กลอุบายหลอกเหยื่อด้วยวิธีการใช้ Email Scam และ Romance Scam เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่กลุ่มคนร้ายจัดหาไว้ จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็จะทำการโอนเงินผ่านระบบ E-Banking หรือ การฝากเงินสดผ่านตู้ CDM ส่งต่อเข้าบัญชีคนร้ายที่มีหน้าที่บริหารจัดการ ยักย้าย ถ่ายโอนการเงินในองค์กร เพื่อทำการฟอกเงินโดยผ่านบริษัทที่เปิดไว้บังหน้า ในรูปแบบบริษัทนำเข้า หรือส่งออก เสื้อผ้า อาหาร สินค้าต่างๆ หรือผ่านพ่อค้าการเงินนอกระบบ หรือตัวแทนหักบัญชี เพื่อจ่ายเงินให้กับผู้รับเงินในประเทศปลายทาง (โพยก๊วน) ซึ่งเป็นพฤติการณ์ฟอกเงินในกลุ่มองค์กรคนร้าย จากการตรวจสอบพบว่าภายในระยะเวลา 6 เดือน มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มคนร้ายร่วม 100 ล้านบาท” ผบช.ก. กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สมพรกล่าวว่า ขอเตือนหญิงไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นสาวโสด หรือม่าย มีฐานะ และเปิดให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลในโซเชียลมีเดียของตัวเองได้สาธารณะ กลุ่มคนร้ายจะเข้ามาติดต่อหลอกลวงทำทีมาพูดคุย ให้ข้อมูลลวงว่ามีฐานะหน้าที่การงานดี สนใจใช้ชีวิตคู่ด้วย กลุ่มนี้สังเกตได้ว่าไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษ เพราะเป็นคนแอฟริกัน เมื่อขอพูดคุยสนทนาเสียงตอบโต้จะทำเสียงบรรยากาศว่ามีเสียงแทรกซู่ซ่า ฟังไม่ชัด พอขอเห็นตัว วิดีโอคอลจะใช้วิดีโอลิงก์ ไม่ให้ดูภาพสดๆ พอหญิงเริ่มตายใจจะมีอุบายให้ต้องโอนเงินให้ เตือนว่าอย่าโอน ให้คิดว่าไม่เคยรู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า อย่าไว้ใจ ขณะที่กลุ่มอีเมล์สแครม จะเลียนแบบอีเมล์ให้ใกล้เคียงอีเมล์ธุรกิจหลอกให้คู่ค้าโอนเงินเข้าบัญชีพิเศษ หรือบางทีกลุ่มนี้จะพูดคุยดีสนิทเข้าแฮกอีเมล์ ข้อควรระวังในการใช้อีเมล์ อย่าโหลดโปรแกรมต่างๆ โดยเฉพาะที่โหลดฟรี โอกาสพบมัลแวร์ แทรกเข้ามาเจาะข้อมูลเป็นไปได้สูง

Responsive image




  • ประเภท:

  • ข่าวผลการปฏิบัติงาน

  • ที่มา:

  • บช.ก.

  • โพสต์โดย:

  • ฝอ. 1 บก.อก.บช.ก.

  • วันที่โพสต์:

  • 5 สิงหาคม 2559

  • เวลาที่โพสต์:

  • 11:07:14 น.

  • เปิดอ่าน:

  • 1542 ครั้ง

กก.4 บก.ปทส. ร่วมสนธิกำลังเข้าตรวจสอบรีสอร์ต ในอำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน


‘กองปราบ’ รวบตำรวจเก๊อ้างเป็นผู้การ ตะลึง พบคลังอาวุธ เงินสดเกือบสิบล้าน ไอซ์กัญชา ป้ายทะเบียนปลอม


ตำรวจรถไฟศิลาอาสน์สกัดจับ


อย.ร่วมกับ บก.ปคบ.ทลายโรงงานผลิต ‘ยากันยุงเถื่อน’ และอาหารเสริมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท


กองบังคับการปราบปราม จับกุมและตรวจยึดรถหรูผิดกฎหมาย จำนวน 10 คัน


ตำรวจทางหลวงจับยาบ้า 280,000 เม็ด


ตำรวจรถไฟหัวหินรวบ 2 หนุ่มสาวขนยาบ้า 60,600 เม็ด


กองปราบ…ทลายบ่อนออนไลน์ ฝั่งธนฯ


กองปราบบุกจับร้านจัดฟันเถื่อน…



สงวนสิทธิ์ 2016 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

อาคาร 12 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานครฯ 10330 โทรศัพท์กลาง : 02-2051781 โทรสาร : 02-2551910